อลังการ 3 ถ้ำ 3 ศาสนา...มหาบูชาสถาน มุมไบ-ออรังกาบัด
16.00 น. คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น4 เคาน์เตอร์สายการบินไทย เจ้าหน้าที่บริษัทต้อนรับและอำนวยความสะดวกเรื่องสัมภาระและเอกสารการเดินทางแก่ท่าน
18.55 น. ออกเดินทางจากสู่ มุมไบ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 317 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
21.55 น. เดินทางถึง สนามบินฉัตราปตีศิวะจิ (Chhatrapati Shivaji) ท่าอากาศยานมุมไบ ตามเวลาท้องถิ่นผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง รับกระเป๋าสัมภาระ..รอต่อเครื่องบินเพื่อเดินทางต่อ
เวลาที่อินเดียช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชั่วโมง
05.15 น. ออกเดินทางสู่ ออรังกาบัด โดยสายการบิน Indigo เที่ยวบิน 6E 6227
06.15 น. เดินทางถึง สนามบินออรังกาบัด เมืองออรังคาบัด (Aurangabad) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองมุมไบ เป็นเมืองที่เป็นที่ตั้งของ แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการจดทะเบียนโดย UNESCO ให้เป็นมรดกโลกถึง 2 แห่ง ได้แก่ถ้ำอจันตาและ ถ้ำเอลโลราซึ่งเป็นศาสนสถานที่ขุดเขาไปในหินบาซอลต์ (แกรนิตแข็ง) โดยขุดจากหินก้อนเดียวจนเป็นวิหาร ขนาดใหญ่ ตั้งขึ้นเมื่อปี 2153 โดยสุลต่าน Murtaza Nizam Shah II บนหมู่บ้านชื่อ Khirki และได้เปลี่ยนชื่อเป็น Fatehpur ต่อมาเป็นศูนย์บัญชาการของกษัตริย์ Aurangazeb แห่งราชวงศ์โมกุล (Moghul) ซึ่งใช้เมืองนี้เป็น ฐานในการปกครองอินเดียตอนใต้จากนั้น จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ออรังคาบัด” ตามชื่อของกษัตริย์ดังกล่าว
เช้า บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม
จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ ถ้ำเอลโลร่า ระยะทาง 30 กิโลเมตร ประมาณ 1 ชม.ถ้ำเป็นถ้ำหินที่ถูกเจาะแกะสลักภูเขาหินทั้งลูก เพื่อที่จะสร้างเป็นวัดทางพุทธศาสนา เทวสถานของศาสนาฮินดู และวัดในศาสนาเชน โดยเป็นวัดในพระพุทธศาสนา 12 ถ้ำ เป็นเทวสถานของศาสนาฮินดู 17 ถ้ำและวัดของศาสนาเชน 5 ถ้ำ รวมแล้วทั้งหมด 34 ถ้ำ ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน เป็นอีกหนึ่งกลุ่มถ้ำที่ได้รับการ ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี 2526
การเจาะแกะสลักภูเขาหินทั้งลูกด้วยฝีมือสาวก 3 ศาสนาที่แข่งขันกันคือ ศาสนาฮินดู พุทธ และเชนถ้ำเอลโลร่ามีทั้งหมด 34 ถ้ำ โดยมีการแบ่งออกเป็น ถ้ำทางพุทธศาสนา 12 ถ้ำ ถัดมา 17 ถ้ำคือ เทวาลัยของชาวฮินดู และ วิหารถ้ำลัทธิ เชน 5 ถ้ำ สถานที่ แห่งนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก ในปี 1983 ถือเป็นถ้ำที่เกิดจากการแกะสลักภูเขาทั้งลูกออกเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับศาสนา นำท่านกราบนมัสการ พระพุทธรูปที่มีอายุมากกว่า 1,200 ปี ภายในถ้ำยังมีภาพแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจงอีกมากมาย อาทิ องค์พระศิวะ พระพรหม พระนารายณ์ พระพิฆเนศ ช้างเอราวัณ อีกทั้งภาพของนางอัปสร เป็นต้น ถ้ำที่ 16 ถือเป็นถ้ำที่อลังการที่สุด เป็นที่ที่มีศิวลึงค์เป็นจุดศูนย์
เยี่ยมชมมรดกโลก ถ้ำเอลโลร่า (ELLORA CAVES) ชมความงามที่ยิ่งใหญ่ของหมู่ถ้ำที่เกิดจากการเจาะแกะสลักภูเขาหินทั้งลูกด้วยฝีมือสาวก 3 ศาสนาที่แข่งขันกันคือ ศาสนาฮินดู พุทธ และเชนถ้ำเอลโลร่ามีทั้งหมด 34 ถ้ำ โดยมีการแบ่งออกเป็น ถ้ำทางพุทธศาสนา 12 ถ้ำ ถัดมา 17 ถ้ำคือ เทวาลัยของชาวฮินดู และ วิหารถ้ำลัทธิ เชน 5 ถ้ำ สถานที่ แห่งนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก ในปี 1983 ถือเป็นถ้ำที่เกิดจากการแกะสลักภูเขาทั้งลูกออกเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับศาสนา นำท่านกราบนมัสการ พระพุทธรูปที่มีอายุมากกว่า 1,200 ปี ภายในถ้ำยังมีภาพแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจงอีกมากมาย อาทิ องค์พระศิวะ พระพรหม พระนารายณ์ พระพิฆเนศ ช้างเอราวัณ อีกทั้งภาพของนางอัปสร เป็นต้น ถ้ำที่ 16 ถือเป็นถ้ำที่อลังการที่สุด เป็นที่ที่มีศิวลึงค์เป็นจุดศูนย์
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเดินทางกลับสู่ออรังกาบัด นำท่านชม บีบี กา มักบารา (BiBi Ka Maqbara) “ทัชมาฮาลน้อย” สร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรัก สร้างโดยพระโอรสของออรังเซบ ทรงสร้างเพื่อรำลึกถึงพระมารดา พระนาง บีกัมราเบีย อุเด ดาราณี สถาปัตยกรรมลักษณะคล้ายทัชมาฮาล (Tomb of the Lady) สุสานแห่งนี้ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักแบบชายหนุ่มอย่างทัชมาฮาล แต่สร้างขึ้นจากความรักเหมือนกัน โดยสร้างขึ้นในปีค.ศ.1651 ถึง 1661...แวะให้ท่านช้อปปิ้ง ซื้อของที่ระลึกตามอัธยาศัย อาทิ เช่น เครื่องทองเหลือง ผ้าปักลายโบราณที่จำลองมาจากผนังถ้ำ และเครื่องประดับลวดลายแปลกตา
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ โรงแรม
ที่พัก: Lemon Tree Hotel Aurangabad หรือเทียบเท่า (คืนที่ 1)
เช้า บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม
จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ ถ้ำอชันตามรดกโลก (AJANTA CAVE) สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นหนึ่งใน 38 แหล่งมรดกโลกของอินเดีย ถือเป็นวัดถ้ำในพุทธศาสนาที่งดงามและเก่าแก่ที่สุดในโลกสร้างเมื่อ พ.ศ. 350โดยพระภิกษุในสมัยนั้นได้ค้นพบสถานที่แห่งนี้ เห็นว่าเป็นสถานที่เหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรมกรรมฐานเป็นอย่างยิ่ง จึงได้เจาะภูเขาเพื่อสร้างเป็นกุฏิ โบสถ์ วิหาร ฯลฯ เพื่ออาศัยอยู่อย่างสันโดษ เนื่องจากเป็นสถานที่ห่างไกลผู้คน ทำให้ประวัติศาสตร์หน้าต่อมาของ ศาสนาพุทธในอินเดีย ได้ปรากฏขึ้นในหมู่ถ้ำบริเวณฝั่งตะวันตกของที่ราบสูง เมืองออรังกาบาด รัฐมหาราษฎร์ แห่งนี้
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (ร้านอาหารใกล้บริเวณถ้ำ)
บ่าย นำท่านเข้าชมหมู่ถ้ำอชันตา...ชมสถาปัตยกรรมของถ้ำ ในครั้งนั้นทำให้โลกต้องตื่นตะลึงกับความมหัศจรรย์ของศิลปะภายในวัดถ้ำ ทำให้นักประวัติศาสตร์ นักโบราณคดี สามารถปะติดปะต่อเรื่องราวของ ศาสนาพุทธ ในอินเดียได้อย่างชัดเจนเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น จากภาพแกะสลักหินภายในถ้ำ ที่ยังคงอยู่อย่างสมบูรณ์ ไม่ผุกร่อนพังทลายไปเหมือนพุทธสถานอื่นๆ เพราะทุกอย่างที่นี่ สลักขึ้นจากภูเขาทั้งลูก นับเป็นสิ่งแปลกประหลาดมหัศจรรย์ที่สุดในโลกก็ว่าได้
เข้าชมถ้ำ 1, 2, 9, 10, 16, 17, 19 ที่มีความงดงามลือเลื่อง และพลาดไม่ได้กับถ้ำ 26 ถ้ำเบอร์1เป็นวัดถ้ำสร้างถวายพระโพธิสัตว์ ถือเป็นถ้ำที่สมบูรณ์ที่สุดถ้ำหนึ่งของกลุ่มวัดถ้ำอชันตา แกะสลักภายในถ้ำจะมีเรื่องราวพุทธประวัติ เทพเจ้า สถูป สัตว์ พระโพธิสัตว์วัชรปาณี รูปแกะสลักตอนพระพุทธเจ้าแสดงปฐมเทศนาที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน สารนาถ ใกล้เมืองพาราณสี ภาพจิตกรรมมีภาพพระโพธิสัตว์ ภาพพิชิตมารก่อนตรัสรู้ ภาพมเหสีของนันดะกำลังเศร้าโศกที่ท่านกำลังจะออกบวชพระนันทเถรศากยะ เป็นพระภิกษุสาวก ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางกลับเมืองออรังกาบาดเส้นทางเดิม...
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ โรงแรม
ที่พัก: Lemon Tree Hotel Aurangabad หรือเทียบเท่า (คืนที่ 2)
เช้า บริการอาหารแบบกล่อง...จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบินออรังกาบัด
06.45 น. ออกเดินทางสู่ มุมไบ โดยสายการบิน Indigo เที่ยวบินที่ 6E 5158
07.40 น. เดินทางถึง สนามบินมุมไบ
นำท่านเดินทางสู่ วัดสิทธิวินัยยัค (Siddhivinayak Temple) ซึ่งเป็นวัดที่เก่าแก่ ในศาสนาฮินดู สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1801 ภายในเป็นที่ประดิษฐานองค์ “พระพิฆเนศ” เทพเจ้าแห่งความสำเร็จ ซึ่งตั้งอยู่ในองค์มณฑปศักดิ์สิทธิ์ ที่ท่านจะสามารถสัมผัสได้ถึงพลังศรัทธา ทันทีที่ท่านก้าวเข้าสู่ภายในวัด ที่คลาคล่ำไปด้วยฝูงชนที่มาเคารพสักการะ หลังจากที่ท่านได้สักการะองค์ท่านแล้ว จะมีพิธีกรรมที่ประหลาดอีกอย่างที่จำเป็นต้องทำคือ ให้ท่านได้กระซิบคำอธิษฐานต่อรูปปั้นหนู 2 ตน ที่ถือเป็นพระสหายขององค์ท่านด้วย จากนั้นให้ท่านได้บูชาเครื่องราง,รูปบูชาขององค์ท่านตามอัธยาศัย
นำท่านชม โดบิกาต Dhobi Ghat ลานซักผ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก แหล่งซักผ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกกลางนครมุมไบ ใช้ลูกจ้างซักผ้ามากกว่าห้าพันคนต่อวัน ไม่ใช่แค่ Slum Dog Millionaire เท่านั้นที่ใช้ฉากหลังจากชุมชนแห่งนี้ ภาพยนตร์เรื่อง Dhobi Ghat เองก็บอกเล่าเรื่องราวความแออัดจากฉากในสลัมเช่นกัน โดยโดบิกาต (Dhobi Ghat) มีชื่อเสียงขึ้นมาจากการเป็นลานซักผ้าเปิดโล่งที่ใหญ่ที่สุดในมุมไบและใหญ่ที่สุดในโลก กลายเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยว เพราะเป็นที่ที่ชาวตะวันตกไม่เคยเห็นมาก่อน มีจุดให้ผู้มาเยือนเดินเที่ยวชมและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกลับไป จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของอินเดียที่เต็มไปด้วยความอึกทึก วุ่นวาย แต่ยังคงเสน่ห์ในแบบนั้นไว้เป็นอย่างดี ดังเช่นที่พบในซีรีส์อินเดีย จันทรคุปต์ ศึกรักชิงบัลลังก์ก็มีเสน่ห์ต่างไปอีกแบบเช่นกัน
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
แวะถ่ายรูปสถานีรถไฟวิคตอเรียเทอมินาส Chhatrapati Shivaji Terminus หรือในชื่ออินเดียใหม่ว่า “ฉัตรปตี ศิวาจีเทอมินาส” ที่ได้รับการตั้งชื่อตามพระนามพระราชินีวิคตอเรีย ก่อสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบวิคตอเรียโกธิค ผสมผสานกับงานศิลปะแบบอินเดียอันทรงคุณค่าเป็นสถานีรถไฟหลักของเมืองมุมไบ จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกเมื่อ พ.ศ. 2547
นำท่านชม พานทรา วารลี ซีลิงก์ (Bandra-Worli Sea Link; BWSL) หรือ บานดรา วารลี สะพานข้ามแม่น้ำแสนโรแมนติก ในมุมไบ เป็นสะพานขึงที่ทำมาจากสายเคเบิ้ลเชื่อมต่อทางตะวันตกของบานดรา ในเมืองมุมไบกับย่านวารลี ซึ่งอยู่ทางใต้ของเมืองมุมไบ สะพานแห่งนี้ได้ช่วยนักเดินทางทั้งหลายประหยัดเวลาในการเดินทางมากขึ้นเพื่อเดินทางทั้งไปและกลับจากบานดราไปสู่วารลี
สะพานแห่งนี้มีลักษณะเป็นเหล็กทั้งสองด้านซึ่งเป็นสิ่งที่ยึดฐานด้านล่าง สะพานบานดรา-วารลี ซีลิงก์ถือเป็นสะพานต้นแบบที่มีความสมบูรณ์แบบโดยการใช้หลักการทางด้านวิศวกรรม
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ โรงแรม
ที่พัก: Hotel Mirador Mumbai หรือเทียบเท่า (คืนที่ 3)
เช้า บริการอาหาร ณ โรงแรม
จากนั้น นำท่านเดินทางไป ถ้ำเอลิฟันตา (Elephanta Cave) มรดกโลกแห่งอินเดีย เทวสถานศาสนาฮินดู ถ้ำหินแกะสลัก ที่ทั้งสวยงาม อลังการ และยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับ บูชาพระศิวะ ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ในปี ค.ศ.1987 จึงทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มักจะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกแวะมาเที่ยวชมอย่างไม่ขาดสาย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และโบราณสถาน
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำชม ประตูสู่อินเดีย (Gateway of India) ริมฝั่งทะเลอาระเบีย ซึ่งถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองมุมไบสร้างขึ้นเพื่อเป็น “อนุสรณ์ในการเสด็จมาเยือนมุมไบของพระเจ้าจอร์จที่ 5 และสมเด็จพระราชินีแมรี่” ในปี ค.ศ.1911 เพื่อทรงร่วมงานเดลีดารบัร ความงดงามของสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานศิลปะของท้องถิ่นกับแบบมุสลิมของรัฐคุชราต ความสูงกว่า 80 ฟุต ของประตูสู่อินเดีย ทำให้ที่นี่เป็นที่หมายสำคัญแห่งแรกๆ ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เดินทางมาสู่มุมไบ ถ่ายรูปคู่กับ “ประตูชัย” ตั้งตระหง่านอยู่ริมอ่าวมุมไบ
ใกล้ๆ กันนั้นมีโรงแรมที่ชื่อว่า Taj Mahal Palace Hotel สร้างเมื่อ พ.ศ. 2466 โดยทายาทตระกูลทาทา เป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างฮินดูกับมุสลิม ใน พ.ศ. 2551 ถ่ายรูป โรงแรมทัชมาฮาลพาเลซ โรงแรมให้บริการที่พักระดับ 5 ดาว สุดหรูในมุมไบ สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบอินโด-ซาราเซน ในปัจจุบัน โรงแรมแห่งนี้ถือเป็นโรงแรมหลักของเครือโรงแรม "ทัชโฮเท็ลส์รีสอร์ท แอนด์ แพเลซเซส" ประกอบด้วยห้องพัก 560 ห้อง และ ห้องพักแบบสวีท 44 ห้อง
นำชม พิพิธภัณฑ์ฉัตรปาตีศิวะจีมหาราช วาสตูสังกราหาลายา (Chhatrapati Shivaji Maharaj Vastu Sangrahalaya) พิพิธภัณฑ์ที่มีความสวยอลังมากๆ ตัวอาคารถูกออกแบบในสไตล์อินโดซาราเซนิค โดยสถาปนิกชื่อดังชาวอังกฤษ เป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างอังกฤษ ฮินดู และอิสลาม นอกจากความงดงามแล้ว ที่นี่คือแหล่งจัดแสดงประวัติศาสตร์ โบราณคดี และศิลปะชั้นดีของอินเดียรวมถึงทั่วเอเชีย มีสิ่งของจัดแสดงถึง 50,000 รายการ ไม่ว่าจะเป็นงานประติมากรรม งานเซรามิกโบราณ ผลงานศิลปะ และอื่นๆ อีกมากมาย แต่เดิมแล้วพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดให้เข้าชมครั้งแรกในปี ค.ศ. 1922 ในชื่อ Prince of Wales Museum of Western India แต่ต่อมาได้รับการเปลี่ยนชื่อใหม่เพื่อระลึกถึงกษัตริย์ศิวะจี ผู้ก่อตั้งจักรวรรดิมราฐาในช่วงศตวรรษที่ 16 อิสระให้ช้อปปิ้ง โคลาบาคอสเวย์ (causeway market Mumbai) หนึ่งในสถานที่ที่น่าตื่นเต้นและหลากหลายที่สุดในมุมไบในฐานะสวรรค์ของนักช้อป สัญลักษณ์ที่ดีที่สุด Colaba Causeway เป็นหัวใจของมุมไบและเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาที่สุดเท่าที่คุณเคยเห็นมา!
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร...นำท่านเดินทางสู่สนามบิน
23.35 น. ออกเดินทางไป กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG318
05.35 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
---|---|---|---|---|
22 พ.ย. 67 - 27 พ.ย. 67 | 39,900 บาท | 7,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
04 ธ.ค. 67 - 09 ธ.ค. 67 | 42,900 บาท | 9,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
09 ธ.ค. 67 - 14 ธ.ค. 67 | 42,900 บาท | 9,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
31 ธ.ค. 67 - 05 ม.ค. 68 | 43,900 บาท | 10,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
299/10 ซอย ลาดพร้าว 94 (ปัญจมิตร) แขวง พลับพลา เขต วังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310